20 Feb 26
EOS R1 You’ R Different จังหวะที่โลกมองไม่เห็น
‘SEA GAMES 2025’
ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้ทำงานถ่ายภาพข่าวกีฬาในการแข่งขัน SEA GAMES 2025 ให้กับสำนักข่าว Reuters และได้ทดลองใช้กล้อง Canon EOS R1 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองใช้กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นเรือธงของแคนนอน เลยอยากจะลองเล่าภาพรวมของการทำงานและการใช้งานของกล้อง (เรื่องและภาพโดย ปฏิภัทร จันทร์ทอง ช่างภาพสำนักข่าว Reuters)
การแข่งขัน SEA GAMES ครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 10 ประเทศ ซึ่งตลอดการทำงานเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการทำงานที่สนุกมากๆครั้งหนึ่ง

EOS R1 + RF600mm f/4L IS USM, f/4, 1/1600sec, ISO 8,000
แต่เดิมผมใช้กล้อง Canon EOS R6 Mark II เป็นหลัก ที่เป็น กล้องในระดับมืออาชีพ และเคยใช้กล้อง EOS R3 อยู่บ้างช่วงสั้น ๆ พอได้มีโอกาสมาใช้ EOS R1 ก็ปรับตัวอยู่บ้าง ในเรื่องขนาดแต่ไม่นานก็เข้ามือ และรู้สึกว่าพอเหมาะพอดีเมื่อใช้กับเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ในการถ่ายภาพข่าวกีฬา
เริ่มตั้งแต่การเปิดกล้องและใช้งาน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากกล้อง EOS R1 คือเปิดกล้องแล้วสามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งสำหรับงานที่ไม่รีบมากอาจไม่เห็นข้อแตกต่าง แต่สำหรับงานข่าวหรือกีฬาที่ต้องอยู่กับความเร็วและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ความเร็วในการใช้งานนั้นมีผลพอสมควร
เรื่องระบบโฟกัส ตัวกล้องก็ตอบสนองเร็วและดีมาก ๆ ผมตั้งเป็นแบบติดตามคนไว้ทั้งหมดตลอดการทำงานในโหมด Action Priority AF และเลือก AF Tracking ตอบสนองได้ดีไม่มีปัญหา การติดตามคนที่เป็นนักกีฬาทำได้ต่อเนื่องดีมากๆ ผมใช้งานพื้นที่การโฟกัสทั้งการตั้งแบบโซนและการเลือกเองไว้ที่ปุ่มควบคุมหลังกล้อง ซึ่งแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดกีฬาที่ถ่าย

EOS R1 + RF600mm f/4L IS USM, f/4, 1/2500sec, ISO 10,000
ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์ ถ่ายความเร็วต่อเนื่องสูงสุด 40 เฟรม/วินาที และไม่มีอาการภาพล้มและไม่มีอาการจอดับ เป็นอีกสิ่งที่กล้อง EOS R1 ทำได้ดีมาก ก่อนหน้านี้ผมเคยใช้กล้องรุ่นอื่นในจังหวะที่มีการเคลื่อนที่เร็วๆในโหมดอิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์นั้น มีอาการภาพยืดหรือภาพล้มอยู่ แต่กับ EOS R1 นั้นไม่มี และรัวชัตเตอร์ได้ที่ 40 เฟรม/วินาที ก็ทำให้การทำงานหลาย ๆ อย่างง่ายขึ้น ได้ภาพอย่างที่คิด ในจังหวะที่เราอยากจะได้ ซึ่งเหมาะมากกับงานข่าวและกีฬา
หลัก ๆ ในการทำงานครั้งนี้ ผมใช้เลนส์ RF100-300mm f/2.8L IS USM กับ RF600mm f/4L IS USM ซึ่งพอประกอบกับกล้องแล้วมีขนาดและน้ำหนักพอเหมาะพอดีจับถือได้ถนัดมือ

ในการทำงานการส่งภาพทั้งหมดเป็นแบบ live edit ซึ่งหมายถึง การส่งภาพไฟล์ต้นฉบับหลังกล้องตลอดทั้งการแข่งขันเข้าไปในระบบเซิร์ฟเวอร์ของรอยเตอร์ ซึ่งจะมีคนรับรูป ทำรูปและคำบรรยายภาพให้ ซึ่งช่างภาพมีหน้าที่ถ่ายและระบุรายละเอียดในรูปโดยการอัดเสียงผ่าน voice memo ซึ่งระบบนี้จะมีในกล้องในซีรีส์ EOS R1, EOS R3, EOS R5
การอัดเสียงระบุในภาพนั้น ช่วยได้มากในการระบุตัวตนของนักกีฬาแต่ละคน เนื่องจากการแข่งขันกีฬาในแต่ละประเภทจะมีนักกีฬาหลายชาติ การระบุที่ชัดเจนนั้นช่วยเรื่องความแม่นยำของข้อมูล ซึ่งจะถูกระบุไว้ในรายละเอียดคำบรรยายภาพของแต่ละภาพที่อยู่ในระบบให้สำนักข่าวและสื่อต่างๆนำรูปไปใช้งานต่อ
ตลอดการทำงานผมถ่ายด้วยไฟล์ JPG ไซส์ L แต่ย่อลงมาไม่ได้ใช้ขนาดสูงสุด เนื่องจากไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว และทำการส่งภาพผ่านกล้องโดยใช้ระบบ FTP Transfers ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกล้องที่ใช้สัญญาณ Wi-Fi จากโทรศัพท์มือถือที่ทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งโดยปกติถ้าไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณหลังกดส่งภาพประมาณ 2-3 วินาทีรูปก็จะส่งสำเร็จเข้าไปที่ระบบปลายทางของรอยเตอร์ และไม่นานหลังจากนั้น หลังการโปรเซสรูปและแมตช์ภาพกับคำบรรยาย รูปก็ขึ้นในระบบของรอยเตอร์ให้สำนักข่าวต่างๆที่เป็นลูกค้าดาวน์โหลดนำไปใช้งานต่อได้

EOS R1 + RF100-300mm f/2.8L IS USM, f/2.8, 1/8000sec, ISO 6,400
ระบบ Noise Reduction เป็นอีกส่วนที่รู้สึกว่าทำได้ดี และเพิ่มโอกาสในการได้รูปในพื้นที่แสงน้อยได้ ผมทดลองดัน ISO ไปที่ 12,800 ซึ่งถือเป็น ISO ที่สูงมากในระดับที่แทบจะไม่เคยใช้ก่อนหน้านี้เพราะห่วงเรื่องคุณภาพของไฟล์ แต่กับ EOS R1 การจัดการกับสัญญาณรบกวนนั้นดีมาก ในระดับที่สามารถใช้งานได้ต่อโดยที่ไม่ต้องปรับแต่งลดนอยส์เพิ่มเติมในไฟล์ JPG

EOS R1 + RF100-300mm f/2.8L IS USM, f/6.3, 1/15sec, ISO 100
โหมด Re-call shooting หรือการกำหนดการตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และใช้นิ้วกดเพียงนิ้วเดียวเพื่อให้กล้องเปลี่ยนไปยังโหมดการถ่ายภาพที่เราต้องการ เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่รู้สึกว่า เป็นประโยชน์มากในการใช้งาน โดยปกติเวลาถ่ายภาพกีฬาผมมักจะคุมค่า f-stop โดยการใช้โหมด Av แต่ก็มีบางจังหวะที่ผมอยากได้ภาพที่มีมูฟเมนต์ความเคลื่อนไหว ซึ่งการปรับเปลี่ยนไปอีกโหมดและตั้งค่าตามต้องการตามปกตินั้นจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาที ซึ่งสำหรับงานข่าวและกีฬาบางครั้งช่วงเวลาที่เสียไปเหล่านี้ทำให้เสียจังหวะและเกมการแข่งขัน ตำแหน่งระยะของซับเจกต์ที่เราต้องการถ่ายก็เปลี่ยนไปแล้ว การใช้ปุ่มลัดโดยกดเพียงปุ่มเดียวนั้นมีประโยชน์และคล่องตัวต่อการใช้งานมาก

EOS R1 + RF100-300mm f/2.8L IS USM, f/3.2, 1/1600sec, ISO 12,800
In-Camera Upscaling เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่มีประโยชน์ในการเพิ่มขยายขนาดของไฟล์ภาพ โดยเฉพาะบางภาพที่ทำการครอป เราสามารถครอปภาพได้จากหลังกล้องและกดอัปสเกลได้สูงสุด 97 ล้านพิกเซลเลย ซึ่งกล้องก็จะจัดการสร้างภาพใหม่ให้กับเราขณะที่ไฟล์เดิมก็ยังคงอยู่ ซึ่งการใช้งานบน EOS R1 ก็ทำได้ง่าย เพียงแค่ครอปภาพจากหลังกล้องแล้วกดเลือกว่าจะอัพสเกลหรือไม่ ซึ่งถ้าอัปสเกลไฟล์ภาพก็จะใหญ่ขึ้นจากเดิม ช่วยเพิ่มโอกาสในการนำไปใช้งานต่อ ซึ่งในงานนี้ก็มีบางภาพที่ผมได้ทดลองใช้งานจากหลังกล้องและทำการส่งภาพผ่านระบบ FTP Transfers จากหลังกล้องได้เลยเช่นกัน

EOS R1 + RF600mm f/4L IS USM, f/5, 1/15sec, ISO 100
อีกส่วนที่มีในกล้องรุ่นนี้คือโหมด Pre-shooting ซึ่งทำการบันทึกภาพไว้ก่อนการกดชัตเตอร์ ตรงจุดนี้มีประโยชน์สำหรับการใช้งานหลาย ๆ แบบที่ต้องการบันทึกภาพเผื่อไว้ส่วนหน้าสำหรับช็อตที่ไม่คาดคิด ผมได้ทดลองใช้ซึ่งระบบก็ตอบสนองได้ดีมาก บันทึกภาพล่วงหน้าไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดได้อย่างดี แต่ในการทำงาน SEA Games รอบนี้ไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากในการแข่งกีฬานั้นพอจะคาดการณ์ สถานการณ์ได้อยู่แล้ว และความเร็วของกล้องที่ให้มาตามปกติที่ 40 เฟรม/วินาที ในโหมดอิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์นั้นก็เพียงพอ

EOS R1 + RF100-300mm f/2.8L IS USM, f/2.8, 1/5000sec, ISO 6400
ในภาพรวมจากอดีตที่ส่วนใหญ่ใช้กล้องในระดับกลางอย่าง EOS R6 Mark II มาโดยตลอด พอมาได้ใช้ตัว EOS R1 สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือเรื่องความแม่น ความชัวร์ เป็นกล้องที่รู้สึกว่าไว้ใจได้ คล่องตัว ชัวร์ช็อต คือใช้แล้วรู้สึกมั่นใจว่าอยู่มือ โดยเฉพาะในจังหวะคาบลูกคาบดอกจังหวะงานที่อาศัยความเร็ว โฟกัสจะเข้าไม่เข้า จังหวะทีเด็ดทีขาด รู้สึกว่ากล้องตอบสนองและให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี คงคล้าย ๆ กับสโลแกนกล้องที่ว่าไว้ Canon EOS R1 You’ R Different คือ ถ้าใช้ให้อยู่มือ เข้าที่เข้าทาง กล้องก็สามารถที่จะสร้างความแตกต่างในจังหวะที่โลกมองไม่เห็นและให้เราควบคุมมันได้ดั่งใจ
ดูข้อมูลกล้อง EOS R1 ได้ที่ https://bit.ly/cmtEOSR1
